เช็คอิน 10 สถานที่ท่องเที่ยวในสวนผึ้งที่คุณไม่ควรพลาด!

สวนผึ้ง

นอกจากจะเป็นดินแดนที่ดอบล้อมไปด้วยเทือกเขาเขียวชอุ่มแล้ว สวนผึ้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิล สายธรรมชาติ สายเซลฟี่ สายแอดเวนเจอร์ สายบู๊จัดหนักจัดเต็ม หรือสายวัฒนธรรม ที่สวนผึึ้งแห่งนี้ก็มีให้คุณตามเช็คอินได้ครบจบที่เดียว! เอ้า ถ้าพร้อมแล้วตามเรามาเช็คอิน 10 สถานที่ท่องเที่ยวในสวนผึ้งที่คุณไม่ควรพลาดกันด่วนๆ!!

1. พิพิธภัณฑ์ภโวทัย

พิพิธภัณฑ์ภโวทัย

ชวนมาสัมผัสวิถีชีวิตของคนราชบุรีในวันวาน ณ พิพิธภัณฑ์ภโวทัย หรือสวนภูมิปัญญาชาวบ้าน แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่รวบรวมของเก่าน่าสนใจไว้มากมายให้ได้ศึกษา ภายในเรือนไทยหลังเล็กจัดแสดงข้าวของสะสมส่วนตัว พร้อมทั้งบอกเล่าประวัติความเป็นมาของครอบครัวผู้เป็นเจ้าของ ส่วนเรือนไม้สักซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ไร่เต็มนั้นอลังการงานสร้างด้วยขนาดและบานประตูไม้แกะสลักติดรูปครุฑโบราณ ด้านในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งอดีต จัดวางข้าวของ เครื่องใช้หาชมยาก อาทิ ถ้วยชาม เครื่องเงินโบราณ เครื่องปั้นดินเผา แท่นประทับงาช้าง ฯลฯ ที่ล้วนได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ชมเพลินๆแถมได้ความรู้กลับบ้านอีกด้วย

2. Panoza

Panoza

พลาซ่าสุดจี๊ดที่แต่งแต้มสีสันจัดจ้านตามสไตล์แอฟริกันด้านหน้า เพิ่มความชุ่มชื่นด้วยน้ำพุที่พวยพุ่งจากต้นกระบองเพชรจําลองประหนึ่งศูนย์กลางที่สร้างความชุ่มชื่นชื่นใจ ภายในจัดสรรพื้นที่เป็นร้านขายของที่ระลึก ตุ๊กตา ย่าม หมวก กระเป๋า เสื้อยืด ฯลฯ ทั้งแฮนด์เมดและนําเข้าจากต่างแดน ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นช้อปปิ้งกันเพลินๆ ใกล้กันนั้นยังมีคอฟฟี่ช็อปหน้าตาน่ารัก เสิร์ฟเครื่องดื่มร้อนเย็น เบเกอรี่ ไอศกรีมโฮมเมดสารพัดรสทั้งชาไทย ช็อกชิพ กะทิ ขนุน หรือกล้วยหอมช็อกชิพ

วันไหนแดดเปรี้ยงๆ แค่นั่งลงแล้วจิบมะนาวโซดารสเปรี้ยวซ่าก็ช่วยบรรเทาอากาศร้อนๆให้เย้นสบายได้ขึ้นมาหน่อย เติมความหวานกันอีกนิดด้วยเค้กบลูเบอร์รี่เนื้อนุ่ม แล้วสาวเท้าขึ้นไปบนโดมสูงเพื่อชมวิวพาโนรามา 360 องศา ที่ให้เราได้มองเห็นวิวทิวเขาเขียวชอุ่มแบบเต็มๆ

3. อุทยานธรรมชาติวิทยา ธารน้ำร้อนบ่อคลึง

อุทยานธรรมชาติวิทยา ธารน้ำร้อนบ่อคลึง

ไม่ต้องบินลัดฟ้าไปไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัย เราก็สามารถพาตัวเองมาออนเซ็น บําบัดเรือนกายด้วยน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ไหลผ่านกรวดหินดินทรายใต้พื้นโลก ความร้อนเฉลี่ยราว 50-57 องศา เซลเซียส แถมมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ณ อุทยานธรรมชาติวิทยา ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ซึ่งไม่ว่าจะเลือกจุ่มเท้าในสระกระเบื้องหรือแช่ตัวในบ่อธรรมชาติ (สระดิน) ก็สุดแสนจะผ่อนคลาย

หากใครยังไม่จุใจ แนะนําให้เช็คอินที่ เจ ดับเบิลยู ธารน้ำร้อนบ่อคลึง รีสอร์ท อีกสักคืน นอนแช่ในอ่างน้ำแร่ภายในห้องพักให้หายอยาก รับรองว่าผ่อนคลายสบายกายกันอย่างแน่นอน

4. น้ำตกเก้าชั้น (น้ำตกเก้าโจน)

น้ำตกเก้าโจน

แรกเริ่มเดิมที่เป็นที่รู้จักกันเฉพาะในหมู่ชาวกะเหรี่ยง ครั้นต่อมาหลังหมดสัมปทานเหมืองแร่จากบริษัทต่างชาติใน พ.ศ. 2523 ชื่อน้ำตกเก้าโจนจึงเริ่มแพร่หลาย คําว่า เก้าโจน มาจากเก้ากระโจน หรือ 9 ชั้น แต่คําว่า โจน ออกเสียงคล้าย โจร ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นน้ำตกเก้าชั้นแทน ต้นน้ำตกตั้งอยู่บริเวณที่ราบรางตาบนเทือกเขาตะนาวศรี นับรวมได้ทั้งสิ้น 14 ชั้น ตลอดระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร แต่เปิดให้ท่องเที่ยวเพียง 9 ชั้น เนื่องจากสภาพภูมิประเทศชั้นบนเป็นหุบเหวสูงชัน ต้องเดินเท้าลัดเลาะผ่านเกาะแก่งลานหินแกรนิต และป่าเบญจพรรณ ราว 2-3 ชั่วโมง

ในช่วงปลายฤดูฝน สองข้างทางจะเขียวชอุ่มชุ่มชื้นมีชีวิตชีวา ปริมาณน้ำมาก และอากาศเย็นสดชื่น ไม่แน่ว่าระหว่างดําผุดดําว่าย อาจโชคดีได้เห็นไก่ฟ้าพญาลอ กวาง นกตะขาบ ออกมาอวดโฉมเป็นของแถมด้วยนะ

5. แก่งส้มแมว (สวนป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์)

แก่งส้มแมว

ลําห้วยขนาดย่อมส่วนหนึ่งของลําน้ำภาชี สายธารไหลเอื่อยลัดเลาะผ่านแก่งหินสวยงามแปลกตา ท่ามกลางอ้อมกอดของผืนป่าเบญจพรรณอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ชุ่มชื่นเย็นใจ สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แก่งส้มแมวตั้งอยู่ในโครงการสวนป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จัดตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ภายในพื้นที่สวนป่าฯยังมีศูนย์จําหน่ายผลิตภัณฑ์เซรามิกจากชุมชน พันธุ์ไม้หายากหลากชนิดซึ่งมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ อาทิ ยาง ตะเคียนแดง มะค่า ประดู่ ฯลฯ แถมเป็นบ้านของสัตว์ป่าสวยงาม เช่น นกยูง ที่มักจะรําแพนหางให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ยามปลายฝนต้นหนาวเหมาะเจาะต่อการกางเต๊นท์เล่นน้ำเป็นที่สุด หรือถ้าใครอยากมาออกกําลังกายก็สามารถปั่นจักรยานสูดอากาศ เสพย์วิวสวยๆข้างทางที่ชวนให้เพลิดเพลินใจเป็นที่สุด

6. จุดชมวิวห้วยคอกหมู

จุดชมวิวห้วยคอกหมู

นอกจากยอดเขากระโจมจะเป็นจุดต้อนรับดวงอาทิตย์ยามเช่าซึ่งจะโผล่พ้นเหลี่ยมเขาอันสวยงามจนน่าประทับใจแล้ว บอกได้เลยว่าบนแนวเทือกเขาตะนาวศรีแห่งนี้ยังมีจุดชมวิวห้วยคอกหมูที่พร้อมเสิร์ฟธรรมชาติบริสุทธิ์และทัศนียภาพงดงามไม่แพ้กันตลอดระยะทางกว่า 8 กม. อันสมบุกสมบัน (แต่น้อยกว่าทางขึ้นเขากระโจม) สู่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 800 เมตร คุณจะได้ปลื้มใจกับวิวสวยเพลินตาของทิวเขาสลับซับซ้อน และเมื่อมาถึงด้านบนซึ่งเป็นที่ตั้งของกองร้อย ตชด.137 เค้าแบ่งพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ และห้องน้ำรวมไว้รอปักหมุดตั้งแคมป์เตรียมเก็บภาพประทับใจยาม พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แล้วค่อยตื่นก่อนรุ่งสาง รอทักทายหมอกขาวอีกรอบก่อนเดินทางกลับ แค่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่น่าประทับใจสุดๆแล้วล่ะ

7. ลําภาชี เลคฮิลล์

ลําภาชี เลคฮิลล์

ลําภาชี เลคฮิลล์ สถานที่ที่นักท่องเที่ยวสายแอคทิวิตี้สามารถพายเรือแคนูชมทิวทัศน์สองฟากฝั่งลําภาชี ลําน้ำสายหลักของอําเภอชื่อดังแห่งนี้ หรือจะล่องแพชิลๆ เค้าก็เตรียมนักถ่อแพมืออาชีพมาไว้ให้พร้อมสรรพ ส่วนความปลอดภัยไม่ต้องกังวล มีทั้งชูชีพและเจ้าหน้าที่คอยช่วยเซฟให้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีจักรยานให้เช่าปั่นเพลินๆ ถ้าใครติดใจอยากชาร์จแบตต่อสักคืนสองคืน ก็สามารถเช็คอินห้องพักริมสวนสวยได้เลย ใครชื่นชอบการตกปลาก็อย่าลืมพกเบ็ดคันโปรดมาด้วยล่ะ บอกเลยว่าริมน้ำด้านหน้ารีสอร์ทนี่โลเคชั่นดีมาก

8. บ้านไร่พรสวรรค์

บ้านไร่พรสวรรค์

ที่บ้านไร่พรสวรรค์แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยแอคทิวิตี้มันส์ๆ ตั้งแต่โหนสลิงท้าความสูงประมาณ 10 เมตรข้ามแอ่งน้ำ ก่อนไปกลิ้งตัวอยู่ใน Zorb Ball บอลลมยักษ์ พาคุณหมุนติ้วลงมาตามเนินหญ้าสูง 4 เมตร เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่น ส่วนไฮไลท์ขวัญใจของทุกคนก็คือการซิ่งรถ ATV ลัดเลาะไปตามทางวิบากราว 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติผ่านป่าสน ไร่อ้อย มันสําปะหลัง ฯลฯ โดยเฉพาะช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ดอกทานตะวันนับสิบไร่จะพากันบานสะพรั่ง เพิ่มความสดใสอีกเป็นเท่าตัว

9. ทัศนาคายัค

ทัศนาคายัค

แค่เอ่ยชื่อใครๆก็รู้แล้วว่าแอคทิวิตี้สุดฮิตของที่นี่คือการล่องคายัคลัดเลาะไปตามร่องน้ำคดเคียวของลําภาชีซึ่งทั้งใสและสวยงามมากๆราวเดือน พฤศจิกายน ระหว่างทางมีกิ่งไม้ แก่งหินน้อยใหญ่ เสมือนด่านทดสอบให้เหล่านักท่องเที่ยวได้โชว์ฝีมือตวัดไม้พาย ส่วนใครที่ยังแอบกกล้าๆกลัวๆที่นี่เค้าก็มีอุปกรณืเซฟตี้แย่างเสื้อชูชีพ หมวกกันน็อค อุปกรณ์สวมใส่เพื่อความปลอดภัย แถมยังมีพนักงานที่ผ่านการฝึกฝนจนชํานาญคอยช่วยเหลืออยู่ตามจุดต่างๆ ตลอดระยะทางกว่า 5 กม. เพราะฉะนั้นสบายใจได้หายห่วง

ใครที่ติดใจอยากล่องแก่งระยะไกล 8 กม. รีบยกหูโทรจองคิวล่วงหน้าด่วน เพราะที่นี่เปิดแค่อาทิตย์ละหนึ่งวันเท่านั้น หากมีน้ำป่าไหลแรงก็จําต้องงดบริการเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ส่วนใครจะสวมวิญญาณโรบินฮู้ด ยิงธนูทดสอบความแม่นยํา หรือหิวกระเป๋าเข้ามานอนสูดอากาศบริสุทธิ์ บ้านพักทัศนาคายัคก็ยินดีต้อนรับ

10. ไร่ภูเคียงธาร

ไร่ภูเคียงธาร

ถ้ามีสายฝนเทลงมาก่อนหน้าสักวันสองวัน นั่นแหละคือช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสําหรับการล่องคายัคสนุกๆไปตามสายน้ำลําภาชี ตลอดระยะทาง ประมาณ 3 กม. บางช่วงมีเกาะแก่งและโขดหิน สร้างความสนุก ตื่นเต้น หวาดเสียวเบาๆ แถมถ้าโชคดีอาจได้เห็นทั้งลิง กระรอกตัวน้อย ฯลฯ โผล่ออกมาทักทายจากบริเวณป่าสองข้างทาง ส่วนนักบิดคนไหนอยากลองควบ ATV ซึ่งขึ้นลงตามเนินเขา หรือประชันความแม่นปืนในสนามเพนท์บอล เจ้าหน้าที่ของไร่ภูเคียงธาร ก็จัดเตรียมอุปกรณ์เซฟตี้ และคอยดูแลอย่างใกล้ชิด หมดห่วงเรื่องความปลอดภัย ถึงแม้ว่าอาจจะต้องขับรถมาไกลสักหน่อย แต่รับรองว่าได้ความประทับใจกลับไปเต็มๆอย่างแน่นอน

สนับสนุนโดย ufabet