Graffiti Wars สงครามระหว่างกราฟฟิตีกับสตรีตอาร์ต

Graffiti Wars

มันคือสงครามระหว่างกราฟฟิตี กับสตรีตอาร์ต ไม่บอกก็คงไม่รู้ว่ากราฟฟิตีกับสตรีตอาร์ตนั้นแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ว่าแต่เรารู้หรือไม่ว่าอะไรคือกราฟฟิตี และอะไรที่ถือว่าเป็นสตรีตอาร์ต?

Graffiti Wars

Graffiti Wars

สารคดี Graffiti Wars (2011) ที่แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของสหราชอาณาจักร บอกเล่าเรื่องราวของสงครามระหว่างตํานานเก่ากับตํานานใหม่ ตํานานเก่าที่เคยถูกหมายหัวจากทางการว่าผลงานของเขาเป็นอาชญากรรม กับตํานานใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากสาธารณชน รวมถึงบรรดาเซเลบริตี้ และที่สําคัญคือเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทั้งที่เป็นการพ่นสีใส่กําแพงเหมือนกัน

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเท่ากับว่าวงการศิลปะบนกําแพงนั้นมีเรื่องราวที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เราคิด อะไรคือธรรมเนียมปฏิบัติ และอะไรคือการวัดกําลัง ใครคือตัวจริง ใครล้ำเส้น ใครคือทีมร็อบโบ้ และใครคือทีมแบงก์ซีย์

ไม่ว่าเราจะเรียกสิ่งนี้ว่าศิลปะหรืออาชญากรรม งานกราฟฟิตีก็อยู่กับโลกนี้มาหลายทศวรรษ และเมื่อพูดถึงงานกราฟฟิตีของลอนดอน ไม่เคยมีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าศิลปินกราฟฟิตีผู้ใช้ชื่อว่า “คิงร็อบโบ้” จนกระทั่งโลกได้รู้จักกับศิลปินคนใหม่ ที่มาแรงยิ่งกว่า ได้รับการยอมรับในวงกว้างกว่า ผู้ใช้ชื่อว่า “แบงก์ซีย์”

มันอาจเป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่คนใหม่จะมาแทนที่คนเก่า และอาจเป็นเรื่องธรรมดาของวงการศิลปะบนกําแพงที่งานใหม่จะถูกพ่นทับงานเก่า แต่นั่นไม่ใช่การพ่นทับงานใต้สะพานข้ามคลองรีเจนท์ของคิงร็อบโบ้ และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม

ในฐานะตํานาน คิงร็อบโบ้ซ่อนหน้าตาอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้ามากว่า 25 ปี เขาได้รับการยอมรับอย่างมากในทศวรรษ 1980 โดยงานของเขามักจะปรากฏอยู่เสมอบนรถไฟและสถานีรถไฟใต้ดินของลอนดอน ก่อนหน้านั้น กราฟฟิตีสําหรับลอนดอนถูกมองว่าเป็นของน่ารังเกียจที่นําเข้าจากอเมริกา และคิงร็อบโบ้ซึ่งเป็นวัยรุ่นในตอนนั้น มองว่ามันเป็นเครื่องมืออันสร้างสรรค์สําหรับการต่อต้านอํานาจของทางการ และการพ่นสีบนรถไฟก็คือโอกาสอันดีในการทําให้คนจํานวนมากได้เห็นผลงานของเขา มันจึงเป็นศิลปะที่เคลื่อนไปตามล้อที่บดไปกับรางรถไฟ

ความมุ่งมั่นในการแอบเข้าไปสร้างงานบนผนังรถไฟ ซึ่งทําให้ชาวลอนดอนเริ่มเข้าใจความหมายของศิลปะแบบใหม่ ส่งให้เขากลายเป็นทั้งศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ และเป็นทั้งสัญลักษณ์ของกราฟฟิตีสําหรับมหานครแห่งนี้ หลังจากสร้างงานไว้บนรถไฟทั่วลอนดอนไปจนถึงรถไฟในยุโรป และ ในนิวยอร์ก ณ จุดสูงสุดของชื่อเสียง เขาตัดสินใจเกษียณอายุตัวเอง

เพราะกราฟฟิตีในสายตาของทางการคืออาชญากรรม งานที่คิงร็อบโบ้ทําเอาไว้จึงค่อยๆถูกลบจนหายไปกับกาลเวลา แต่ไม่ใช่กับงานในปี 1985 ใต้สะพานซึ่งอยู่ด้านล่างที่ทําการสํานักงานตํารวจชิ้นนั้น ที่ไม่มีใครคิดจะแตะต้อง และตั้งใจทิ้งไว้ให้เป็นงานกราฟฟิตีเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงเหลือให้เห็นในลอนดอน และแน่นอนว่าเป็นอนุสรณ์สําหรับคิงร็อบโบ้

Banksy

แต่แล้วก็ได้เวลากำเนิดศิลปินที่เป็นดาวดวงใหม่นามว่า แบงก์ซีย์ เขาใช้เทคนิคการพ่นสีบนลายฉลุที่เตรียมไว้แล้ว บวกกับสไตล์ที่ค่อนไปในทางป๊อปคัลเจอร์ และการตั้งคําถามในเชิงสังคม งานของแบงก์ซีย์จึงเชื้อเชิญให้คนมีส่วนร่วมได้ไม่ยาก จนกลายเป็นสตรีตอาร์ตที่ดึงดูดเม็ดเงินของคนที่สนใจลงทุนด้านศิลปะ

แต่ยิ่งแบงก์ซีย์ได้รับการยอมรับจากโลกภายนอกมากเพียงใด ดูเหมือนว่าเขาก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากโลกข้างกําแพงหรือกลุ่มศิลปินกราฟฟิตีอยู่ดี สําหรับศิลปินกราฟฟิตี การใช้เทคนิคลายฉลุไม่ถือว่ามีศักดิ์ศรีเท่ากับ งานกราฟฟิตีที่อาศัยการพ่นจริงด้วยมือ และศิลปินกราฟฟิตีไม่สนใจการมีงานแสดงในแกลเลอรี “กราฟฟิตีคือเรื่องของอีโก้ ความเสียหาย และมีกฏในตัวของมัน หลายอย่าง ลายฉลุก็คือการโกง” แน่นอนว่าแบงก์ซีย์ไม่เล่นตามกฎของกราฟฟิตี และจะไม่มีวัน

ในหนังสือ London Hand Style ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2009 คิงร็อบโบ้ได้เล่าถึงความหยาบคายของแบงก์ซีย์และการวิวาทของทั้งคู่เอาไว้ และหลังจากที่ หนังสือออกมาไม่นาน แบงก์ซีย์ก็ประกาศสงคราม แน่นอนว่าการลบคิงร็อบโบ้ออกจากประวัติศาสตร์ ด้วยการ “บอมบ์” หรือสร้างงานทับบนกราฟฟิตีอนุสรณ์ของคิงร็อบโบ้ที่ใต้สะพานนั้น ก็คือการประกาศศักดาที่อหังการที่สุด

สิ่งที่ตามมาก็คือเสียงด่าและการผลัดกันบอมบ์งานของทั้งคู่ ซึ่งอาจจะไม่มีวันจบลงหากคิงร็อบโบ้ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุจนศีรษะได้รับความกระทบ กระเทือนอย่างรุนแรงในปี 2011 เขาอยู่ในอาการโคม่าจนกระทั่งเสียชีวิตลง ในปี 2014 โดยแบงก์ซีย์ได้ไว้อาลัยให้แก่เขาด้วยภาพการจุดสเปรย์กระป๋องแทนเทียนไขใต้ชื่อคิงร็อบโบ้ ซึ่งพ่นเลียนแบบงานออริจินัลที่เขาเคยบอมบ์ใส่ ณ ทําเลแห่งความขัดแย้งนั้นเอง

ก่อนที่แฟนๆของคิงร็อบโบ้จะช่วยกันสร้างงานเหมือนออริจินัลขึ้นมาใหม่ และทุกคนน่าจะพร้อมใจกันปล่อยมันเอาไว้อย่างนั้นตลอดไป แม้จะเป็นสงครามของอีโก้ แต่มันก็เป็นอีโก้ที่ตั้งคําถามสําหรับทุกคนที่พบเห็น ไม่ว่าสิ่งที่เราเห็นจะถือเป็นอาชญากรรมหรือศิลปะก็ตามที

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet