ตำนานอพอลโล (Apollo) เทพแห่งแสงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์ ตอนที่ 1

 

ตำนานอพอลโล (Apollo) เทพแห่งแสงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์ ตอนที่ 1

ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งในสากลจักรวาล แต่สําหรับระบบสุริยะของเรา ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบแรงดึงดูดอันมหาศาลของดาวดวงนี้ดึงดูดให้ดาวเคราะห์ทุกดวงและวัตถุทุกอย่างในระบบสุริยะ โดยมีโลกของเราเป็นสมาชิกอยู่ด้วยโคจรไปรอบๆ

องค์ประกอบส่วนใหญ่ของดวงอาทิตย์เป็นก๊าซเสีย 98% มีธาตุหนักอื่นๆประมาณ 2% ซึ่งก็มีสภาพเป็นไอ ดวงอาทิตย์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,392,000 กิโลเมตร และมีมวลถึงสองพันล้านล้านล้านล้านตัน คิดเป็นมวลกว่า 98% ของมวลของวัตถุทั้งหมดในระบบ

ดวงอาทิตย์ไม่มีพันธะใดๆยึดเหนี่ยวเนื่อสารที่เป็นก๊าซเข้าไว้ด้วยกัน แต่มันคงรูปอยู่ได้ด้วยความสมดุลของแรง เนื่องจากความดันภายในมีทิศพุ่งออกจากแกนกลาง และน้ำหนักของมวลสารที่ออกแรงกดเข้าสู่แกนกลาง ความสมดุลนี้ทําให้ดวงอาทิตย์และดาวทุกดวงบนท้องฟ้าสามารถคงรูปอยู่ได้ ดวงอาทิตย์หมุนรอบตัวเองกินเวลา 609.12 ชั่วโมง

ตำนานอพอลโล (Apollo) เทพแห่งแสงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์

ตำนานอพอลโล (Apollo) เทพแห่งแสงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์ ตอนที่ 1

ชื่อกรีก : เทพอพอลโล Apollo
ชื่อโรมัน : เทพอพอลโล Apolo

เทพอพอลโลเป็นชื่อเทพในภาษากรีก เมื่อโรมันรับไปแล้วยังเรียกเหมือนเดิม เดิมทีอพอลโลเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ ภาพลักษณ์ของเขาคือเทพหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลาไม่มีเครา ผมยาว อาจถือพวงหรีดหรือกิ่งช่อลอเรล, คันศร, กระบอกลูก ธนู, กา และพิณ แม้ว่าตามความเชื่อของชาวกรีก เทพแห่งดวงอาทิตย์มีอยู่หลายองค์ ตั้งแต่รุ่นเก่ามาจนถึงวงศ์โอลิมเปียน และยังมีเทพีแห่งแสงด้วย และอพอลโลก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยที่พระองค์รับหน้าที่เป็นเทพแห่งแสงสว่างมีอีกนามว่า ฟีบัส หรือ บางทีเรียกคู่กันว่าฟีบัสอพอลโล แต่เหนือจากการเป็นเทพแห่งแสงสว่างแล้ว อพอลโลยังเป็นเทพแห่งการอะไรต่อมิอะไรมากมายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการยิงธนู การรักษาโรค การทํานาย ที่สําคัญกว่าอื่นใดคือพระองค์เป็นเทพแห่งสัจจะ

ด้วยหน้าที่มากมายอย่างนี้ จึงแน่ใจได้เลยว่าอพอลโลย่อมต้องเป็นเทพที่มีคนนิยมมากแน่ จึงไม่แปลกใจเลยว่าเมื่อชาวโรมันรับเอาอารยธรรมกรีกไปใช้ (หมายถึงเรื่องเทพ) ชื่ออพอลโลยังคงอยู่อย่างเดิม ไม่มีชื่ออื่น ไม่มีใครเปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ: สุริยะเทพองค์เดิมคือไฮเพอริออน แต่เมื่อโครนัสถูกโค่น ตําแหน่งสุริยเทพเลยหลุดจากมือไฮเพอรออนไปสู่มือของเฮลิออส ซึ่งเป็นลูกชายของไฮเพอริออน นอกจากนี้ธิดาของเขายังรับหน้าที่เป็นเทพีเกี่ยวกับแสงอีกสององค์คือ อีออส-อุษาเทวี และเซลีนี-จันทราเทวี

อพอลโลเป็นโอรสของซูสกับนางลีโทและเป็นเทพแฝดคู่กับอาร์เทมิส เทวีแห่งจันทรา แต่มูลเหตุที่จะบอกว่าสองเทพคือซูสกับลีโทไปพบและรักกันได้อย่างไรไม่ค่อยมีใครพูดถึง กระนั้นก็มีเล่าไว้ในบางที่เหมือนกันว่าลีโทเป็นลูกของซีอัสและฟีบี (เป็นพี่สาวของแอสเทอเรีย) เทพไทแทนรุ่นแรก แต่แม้บิดาและมารดาจะปิดบังซ่อนเร้นลูกสาวไว้ขนาดไหน ความสะสวยของลีโทก็ไปเตะตาซูสเข้าจนได้ เล่ากันว่าเธอได้แต่งงานกับซูสและหลังจากนั้นไม่นานก็ตั้งครรภ์

ไม่มีร่องรอยบันทึกไว้ว่าสายลับคนไหนคาบข่าวไปบอกเฮรา แต่พระนางก็สืบรู้ระแคะระคายในที่สุดว่าซูสมีสนมลับ แต่ที่น่ากลัวสําหรับเฮรามากเข้าไปอีกก็คือสนมคนนั้นกําลังตั้งครรภ์ ราชินีสวรรค์สัมผัสคําทํานายอนาคตได้ว่าหากเด็กในท้องลูกสนมองค์นี้เกิด ลูกเทพจะออกมาทําให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลง และมันจะส่งผลในทางไม่ค่อยดีแก่เธอเท่าไหร่ เฮราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงที่ว่าเลย เธอจึงแสดงความร้ายกาจซึ่งรวมๆแล้วจะเรียกว่าหึงก็ได้ ออกคําสั่งห้ามทุกพื้นที่บนผืนแผ่นดินยอมให้ลีโทพํานักใช้เป็นที่คลอดลูก เทพีเคราะห์ร้ายทนทุกข์มาก ได้แต่ท่องเที่ยวไปหาที่พักพิงไม่ได้ ยิ่งนานวันใกล้เวลาคลอดมากเท่าไร ดูเหมือนเธอก็ยิ่งลําบาก ไม่อาจพักที่ไหนได้นานพอให้ลูกเกิด

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตํานานบางสํานวนยังมีการเขียนเพิ่มเติมเรื่องให้สาหัสต่อไปอีกหน่อยว่า นอกจากพระนางจะสั่งห้ามทุกแผ่นดินรับนางลีโทแล้ว ยังส่งมังกรงไพธอน Python ตามล่าด้วย ลีโทนอกจากต้องพยายามหาที่พักเพื่อคลอดลูก นางยังต้องรีบหนีให้ล่วงหน้าไปก่อนงูยักษ์จะตามทันอีกต่างหาก

ตรงนี้ดูเหมือนซูสจะใจดํายังไงอยู่ ไม่ช่วยเหลือพระสนมเลย ทําให้มีตํานานของผู้เขียนโบราณบางคนพยายามอรรถาธิบายแยกออกมาอีกว่า หลังจากที่ลีโทต้องทุกข์ทนเดินทางร่อนเร่หาที่พักไม่ได้นานมาก ซูสซึ่งไม่อาจขัดขวางคําของเฮราเพราะเป็นโองการเทพเช่นกันก็หาทางช่วยท่านนึกถึงเกาะลอยแห่งหนึ่งกลางทะเลซึ่งไม่ใช่แผ่นดินตามคําของเฮรา แล้วซูสก็เปลี่ยนลีโทเป็นนกคุ้ม ด้วยสภาพนี้ เธอจึงสามารถมาถึงเกาะลอยที่เรียกกันว่าออร์ที่เจีย-Ortygia

ส่วนอีกสํานวนหนึ่งเล่าว่า ซูสสั่งเทพแห่งลมโบรีอัส-Boreas (โรมัน: อควิโล -Aquilo) ให้หอบเมียรักไปและส่งตัวให้โพไซดอนดูแลเพื่อไม่ให้ขัดคําสั่งเฮรา โพไซดอนเองก็สงสารลีโทจึงส่งนางไปที่เกาะออร์ที่เจีย (บางที่เรียกเกาะนี้ว่าแอสเทอเรีย-Asteria) เกาะลอยแห่งหนึ่งในอาณาเขตของตน แล้วปิดบังเกาะนี้ด้วยคลื่นซัดสูง จนไพธอนตามหาไม่เจอ

ไม่ว่าจะมีตํานานแตกต่างอย่างไร เมื่อลีโทแตะเท้าลงบนพื้นเกาะ แผ่นหินลอยแห่งนั้นก็ดันตัวเองขึ้นรับนางและกลับมีเสาสี่เสาปรากฏลงยันพื้นทะเลรองรับเกาะ ทําให้เกาะกลายเป็นที่ที่นิ่งและมั่นคง แทนที่จะลอยเท้งเต้งตามเคย ลีโทได้ที่พักที่เกาะนั้นไม่นานเธอก็คลอด

หมายเหตุ: แถมเรื่องตํานานเกาะไว้นิดเพราะยังมีเล่าไว้อีกว่าซูสหลงรักแอสเทอเรีย-Asteria น้องสาวของลีโทแต่เธอไม่เล่นด้วย จึงอธิษฐานขอเปลี่ยนสภาพตัวเองเป็นธรรมชาติ เริ่มต้นด้วยเป็นนกบินข้ามทะเล แล้วกลายเป็นหินขนาดยักษ์ลอยอยู่ใต้พื้นผิวหน้าทะเลที่นี่

กําเนิดอาร์เทมิส (โรมัน: ไดอาน่า) ออกมาเป็นคนแรก ตามด้วยอพอลโล การเกิดของเทพใหม่สององค์นี้สร้างความยินดีแก่เทพเจ้ามากมาย เกาะแห่งนั้นจึงได้รับการปักหมายให้เป็นศูนย์กลางของโลกกรีก และเปลี่ยนชื่อเกาะนั้นเป็น “ดีลอส” (Delos) ตั้งแต่นั้นมา

ดูเหมือนว่าตั้งแต่เกิด อพอลโลก็เกี่ยวข้องกับเลข 7 จนเลขนี้กลายเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ของเทพไปโดยปริยาย เพราะเชื่อกันว่าเขาเกิดในวันที่ 7 ของเดือน บางที่ก็ว่าเขาเป็นเด็กเจ็ดเดือน (Heptamenaios) หรือในบางที่ก็ว่าเมื่อเขาเกิด มีหงส์ศักดิ์สิทธิ์ว่ายวนรอบเกาะ 7 รอบ ซึ่งหมายถึงวันทั้งเจ็ดในหนึ่งเดือน แต่ไม่ว่าอย่างไหน ในวันที่ 7 ของเดือนก็มีเทศกาลและการพลีบูชาให้แก่อพอลโล

ทันทีหลังจากเกิด เทพีธีมิสก็นําอาหารเทพ แอมโบรเซียและเนคต้าร์มาเลี้ยงดูเทพทารก พลันที่อพอลโลได้ลิ้มรสอาหารเทพอันศักดิ์สิทธิ์ เขาก็โตขึ้นเป็นหนุ่มเต็มตัว เรียกร้องหาพิณและคันธนู ซูสรอดูอยู่ได้นําของขวัญมาให้แก่โอรสมากมาย ตั้งแต่หมวกทองไมเทอะ Mitre พิณ และราชรถลากด้วยหงส์ แล้วสั่งให้อพอลโลไปเดลฟี Delphi เพื่อก่อตั้งเทวาลัยของตนที่นั่น

ไพธอน

ตำนานอพอลโล (Apollo) เทพแห่งแสงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์ ตอนที่ 1

ดังที่เล่าว่า เมื่อเกิดและโตแบบเทพๆในเวลาชั่วลัดนิ้วมือ อพอลโลก็เริ่มภารกิจแรกด้วยการเดินทางไปจัดการไพธอน ไม่ว่าจะจากคําสั่งของซูสว่าให้ไปตั้งเทวาลัยของตนที่เดลฟี หรือตามไปล่าล้างแค้นมังกรไพธอนที่เคยไล่ฆ่ามารดาตนก็ตาม แต่อพอลโลก็ไปเดลฟี

อันว่าเดลฟีในเวลานั้นคือที่อยู่ของไพธอน อสูรมังกรงู อารักษ์เทวาลัยของเทมิส เทพพยากรณ์โบราณ ต่อมาเมื่อเทพีองค์นั้นละจากหน้าที่ ไพธอนก็รับอํานาจพยากรณ์ไว้กับตัวมัน และมีอํานาจที่จะสํารวจตรวจตราบริเวณรอบๆด้วยพละกําลังอันมหาศาล

ทีนี้เมื่อเทพอพอลโลเดินทางมาถึง อ้างการเข้าครองเทวาลัย เขาก็ต้องสังหารเจ้าถิ่นเสียก่อน อพอลโลไม่มีความครั่นคร้าม เขาเที่ยวส่องหาตัวอสูร พอพบก็ใช้วิธียิงลูกศรนับร้อยจากระยะไกลเข้าใส่ไพธอนงูใหญ่โดนคมศรเทพระดมเจาะร่างเป็นแผลสาหัส บิดเร่าด้วยความเจ็บปวด ส่งเสียงร้องดัง เกลือกกลิ้งไปท่ามกลางแนวป่า กวาดตัวไปทั่วๆก่อนกระชากลมหายใจสุดท้ายอันเต็มไปด้วยเลือดกระเซ็นขาดใจตาย ณ ที่นั่น

หลังจากฆ่าเจ้าถิ่นตาย เขานํากระดูกงูเหลือมใส่หม้อใหญ่ฝากไว้ในเทวาลัยของตน อพอลโลตั้งใจจะปลอบขวัญวิญญาณของมันด้วยการแข่งกีฬาในนามไพธอน (กลายเป็นกีฬาใหญ่ของเดลฟี เรียกว่าไพเชียนเกมส์ Pythian Games) และยังรับเอาคุณสมบัติการพยากรณ์ของไพธอนไว้กับตน ในการทําเช่นนี้นี้จึงเกิดสัญลักษณ์ประจําตัวอย่างหนึ่งของเขานั่นคือม้านั่ง ถูกถวายไว้ ณ เทวาลัยแห่งเดลฟี ยิ่งกว่านั้นอพอลโลยังสถาปนาคณะนักบวชหญิง เรียกกันว่าพวกไพเธีย-Pythia ผู้จะทําหน้าที่พยากรณ์ด้วยการนั่งบนม้านั่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย

ถึงแม้ว่าจะเก่งมาตั้งแต่เกิด แต่ประวัติชีวิตของเทพองค์นี้ก็ไม่ใช่จะไม่มีที่ติ อพอลโลเคยผิดหวังก็หลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความรัก เคยถูกท้าทายก็หลายหน เช่น เมื่อเฮอร์คิวลิส (กรีก: เฮราเคิล) เดินทางมาขอคําปรึกษาที่นี่ และนักบวชหญิงปฏิเสธจะตอบคําถาม เฮอร์คิวลิสก็เข้าฉวยม้านั่งศักดิ์สิทธิ์กะจะเอาไปตั้งเทวาลัยของตัวเองเสียเลย อพอลโลเข้าช่วยนักบวชไพเรียยื้อเก้าอี้และสู้กับเฮอร์คิวลิสจนซูสต้องหย่าศึกระหว่างลูกชายทั้งสองด้วยการส่งสายฟ้าผ่าลงมาตรงกลาง ม้านั่งศักดิ์สิทธิ์เลยยังอยู่ที่เดลฟี ไม่ได้ตามเฮอร์คิวลิสไปอย่างที่เขาต้องการ (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet