ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

ดวงจันทร์ เป็นบริวารเพียงดวงเดียวของโลกและมีขนาดเล็กกว่ามาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3,475 กิโลเมตร มันโคจรรอบโลกและอยู่ห่างราว 384,000 กิโลเมตร หมุนรอบตัวเองใช้เวลาประมาณ 27.3 วัน มวลของดวงจันทร์คือหินและโลหะ บรรยากาศประกอบด้วยฮีเลียมเป็นส่วนใหญ่

ดวงจันทร์มีลักษณะที่คล้ายกับดาวพุธมากในแง่ของสภาพพื้นผิวและบรรยากาศ (ผิวดาวมีหลุมอุกกาบาต และบรรยากาศบางจนเกือบเป็นสุญญากาศ) ดวงจันทร์เป็นดาวที่ตายแล้วทางธรณีวิทยา เพราะไม่มีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาใดๆเกิดบนผิว แต่การรับแสงอาทิตย์ทําให้เกิดความสว่างนวลจนคนโบราณเห็นว่าเป็นแสงที่มีความสวยงามและมีตํานานในแง่ที่เป็นหญิงสาว ยกเว้นตํานานของชาวกรีกและโรมัน

ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

ชื่อกรีก : เทพีอาร์เทมิส Artemis
ชื่อโรมัน : เทพีไดอาน่า Diana

เทพีอาร์เทมิสคือเทพีไดอาน่าในภาษาโรมันซึ่งเรามักจะคุ้นกับชื่อหลังคือไดอาน่ามากกว่า แต่เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องที่เล่ามาแล้วตั้งแต่ต้นก็ขอเรียกอาร์เทมิสต่อไปละกัน มิฉะนั้นจะงงกันไปใหญ่

อาร์เทมิสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งจันทราเพราะความที่เป็นแฝดกับอพอลโล-เทพแห่งแสงสว่าง เธอเป็นเทพีสาวสวย รูปร่างงดงาม เป็นตัวแทนของความงามแห่งเพศหญิงเช่นเดียวกับอพอลโลเป็นตัวแทนของความงามเพศชาย นอกจากนี้เธอยังเป็นเทพแห่งการให้กําเนิดเด็กและเทพีแห่งสิทธิมนุษย์ด้วย (หน้าที่หลังมาจากการที่อพอลโลเป็นสัจจะ เทพอาร์เทมิสก็เลยต้องกลายเป็นเทพแห่งสิทธิมนุษย์โดยปริยาย) ทั้งที่นิสัยส่วนตัวของเทพีสาวองค์นี้ค่อนข้างโหด เธอชอบล่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจและชอบใช้ชีวิตกลางแจ้งผิดผู้หญิงอื่น ด้วยเหตุนี้เอง อาร์เทมิสจึงไม่สนใจการแต่งงานและยังไม่ชอบให้บริการในขบวน-อันประกอบด้วยเหล่าสาวสวยผู้เป็นธิดาพระสมุทรโอซีอานัส และนางไม้สวยๆอื่นๆที่มีความรักและแต่งงานออกไปด้วยเหมือนกัน

อาร์เทมิสเป็นลูกของซูสกับนางลีโทและเป็นแฝดกับอพอลโล เพียงแต่ว่านางเกิดก่อนไม่กี่นาที ในตํานานเล่ากันว่าเพียงแค่เธอพ้นท้องแม่ออกมาก็ได้ใช้พรสวรรค์ที่ติดตัวแต่กําเนิดช่วยแม่ในการคลอดน้องชาย-อพอลโล เธอจึงได้ตําแหน่งเทพีแห่งการกําเนิดทารกและปกป้องเด็กตั้งแต่นั้น ผู้หญิงกรีกเมื่อเจ็บปวดในยามคลอดลูกมักจะเรียกหานามของเธอให้ช่วย และอาร์เทมิสก็ช่วยได้ด้วยศรของเธอคือช่วยใช้ศรฆ่าให้ตายอย่างฉับพลัน ความตายในตอนคลอดลูกนับเป็นหน้าที่ของเธอโดยตรงอีกอย่างหนึ่ง

อย่างที่ผมว่าแต่แรกว่าอาร์เทมิสมีนิสัยห้าวหาญโหดอยู่ในที่และชอบการผจญภัย เมื่อเธอตามอพอลโลจากอ้อมอกพระมารดามาก็ได้ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ กระทั่งไปพบอาณาเขตพงไพรในอาร์คาเดียเข้าก็ชอบใจเลยอาศัยอยู่ที่นั่นเสียเลย ทุกวันเธอจะออกล่าอย่างมีความสุขไปกับฝูงสุนัข นางกํานัลผู้เป็นบริวารและนิมฟ์ภูเขา ไม่สนใจเพศตรงข้ามมากเท่าไหร่ แม้ว่าชีวิตของเธอยังอยู่กับหมู่พรานเพศชายใหญ่น้อยหลายหน้าหลายตา เธอจึงเป็นเทพแห่งการล่าไปโดยปริยาย ใครๆก็ รู้จักเธอในฐานะพรานสาวผู้ทรงไว้ซึ่งพรหมจรรย์ แต่สิ่งหนึ่งที่นึกไม่ถึงคือเป็นเทวีที่นายพรานหลายคนต้องมาตายเพราะฝีมือเธอ แถมถ้าใครบูชาไม่ถูกใจก็มีหวังเดือดร้อนไม่จบไม่สิ้น ตามตํานานบางเรื่องที่ยกมาไว้เป็นตัวอย่างดังเรื่องต่อไปนี้

แอคทีออน

ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

นี่คือพรานคนหนึ่งที่ต้องตายเพราะฝีมืออาร์เทมิส แอคทีออน-Actaeon เป็นลูกของ อริสที่อัส-Aristaeus (นับไปนับมาทางสายพ่อ แอคทีออนก็เป็นหลานของอพอลโล) เรื่องเล่าว่าวันหนึ่งเมื่อเขาออกล่ากับฝูงสุนัขบนภูเขา บังเอิญให้ไปเห็นอาร์เทมิสกําลังเปลือยกายอาบน้ำอยู่ในลําธาร พอเทพี่รู้ตัวเท่านั้นล่ะ เธอหันไปสาปให้แอคทีออนกลายเป็นกวางทันที และพลันนั้นฝูงสุนัขล่าเนื้อของเขาก็จํานายไม่ได้อีกต่อไป พวกมันเข้ากลุ้มรุมฉีกแอคทีออนในร่างกวางเป็นชิ้นๆ ตายสยองแบบไม่เหลือเป็นศพ

เมลีเอเจอร์

ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

นี่ก็เป็นอีกรายที่มาจากการสั่งสอนแบบโหดๆของเทพทั้งที่เจ้าตัวไม่เกี่ยวกับความผิดนั้นแต่อย่างใด ยกเว้นว่าผิดที่พ่อของเขาเท่านั้นเอง เรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งที่เมืองแคลีดอน อีนีอัส-Oeneus ราชาเมืองนั้นลืมถวายผลิตผลแรกผลิแก่อาร์เทมิส-ราชินีแห่งการล่าทั้งที่เคยทํามาทุกปี เหตุนี้เองที่ทําให้เทพีถึงกับเดือดดาล และเพื่อลงโทษอีนีอัสกับชาวเมือง อาร์เทมิสเลยส่งหมูขนาดยักษ์เข้าไปเที่ยวเหยียบย่ำทําลายพืชพันธ์ทั้งหลายจนเสียหายราบเป็นหน้ากลอง ชาวบ้านไม่มีใครกล้าเข้าปราบปรามหมูยักษ์ด้วยความที่มันทั้งใหญ่ทั้งดุร้าย และเมื่อทําอะไรไม่ได้ ชาวบ้านต้องหนีตายเข้าไปในกําแพงเมือง อีนีอัสจําเป็นต้องหาทางปราบ

สิ่งที่เขาทําคือเรียกระดมพรานผู้เก่งกาจทั้งหลายจากทั่วกรีซให้มาช่วยฆ่าหมู สัญญาจะให้เขี้ยวกับหนังของมันเป็นรางวัลแก่ผู้ปราบลงได้ ปรากฏว่ามีพรานฝีมือฉกาจสมัครเข้ามากลุ่มใหญ่ รวมถึงเมลีเอเจอร์-Meleager ลูกชายของเขาเอง และอตาแลนตา-Atalanta พรานสาวที่เก่งกล้าและว่องไวที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องสงสัยว่าเมลีเอเจอร์ต้องได้ตําแหน่งนําหน้าเพราะเป็นลูกราชา

แต่เหตุการณ์เริ่มแปรไปอีกอย่างหนึ่ง เมื่ออตาแลนตาพรานสาวผู้เป็นที่รักของเมลีเอเจอร์ เป็นคนยิงศรเข้าเป้า ทําให้หมูบาดเจ็บจนเลือดหยาดเป็นคนแรก แม้จะได้เมลีเอเจอร์จะเข้าซ้ำจนมันตาย แต่เขาซึ่งตกหลุมรักอตาแลนตาแม้ว่าจะมีเมียแล้วก็ถือว่ารางวัลนั้นควรเป็นของอตาแลนตา เพราะเป็นคนแรกที่ยิงมันได้ เรื่องน่าจะจบแต่ปรากฏว่าพรานกลุ่มที่เหลือโกรธที่เจ้าชายเมลีเอเจอร์ยก รางวัลให้ผู้หญิง ถึงส่วนใหญ่จะเงียบก็ไม่ได้แปลว่าพอใจ มีแต่น้าชายของเขาซึ่งอยู่ในขบวนล่าหมูด้วยกันกล้าออกปากคัดค้านน้าชายเชื่อว่าด้วยตําแหน่งที่เป็นญาติผู้ใหญ่ของตนย่อมทําให้มีสิทธิ์ สั่งหลานไม่ให้ทําเช่นนั้น แต่เจ้าชายหนุ่มไม่ยอม ยังคงยืนยันว่าต้องให้หนังหมูเป็นรางวัลแก่อตาแลนตา เรื่องลุกลามกลายเป็นการทะเลาะโต้เถียงใหญ่โต สุดท้ายเมลีเอเจอร์ก็พลั้งมือฆ่าพวกน้าเสีย

ข่าวการตายของน้องชายไปถึงหูอัลธีอา-Althaea แม่ของเมลีเอเจอร์ ยิ่งรู้ว่าลูกชายเป็นคนฆ่าน้องชายของนางด้วยตัวเอง นางโกรธจนระงับไม่อยู่จึงไปคว้าฟืนแห่งชะตากรรมของลูกชายที่นางซ่อนไว้ตั้งแต่เขาเล็กๆมาเผา ฟืนท่อนนี้เทพีแห่งชะตากรรมทํานายไว้ว่าหากมันไหม้หมดเมื่อใด เมลีเอเจอร์ก็ตายเมื่อนั้น

ผลคือเจ้าชายตายจริงตามคําทํานายเพราะความแค้นของแม่ จึงนับได้ว่าอาร์เทมิสได้จัดการแก้แค้นอย่างสาสมกับกษัตริย์อีนีอัสอย่างสาแก่ใจ แต่เรื่องนี้ยังจบ ด้วยความเศร้าของผู้ไม่เกี่ยวข้องอีกสองคืออตาแลนตาก็ฆ่าตัวตายเพราะความเสียใจที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง แถมด้วยคลีโอพัตรา-ชายาของเมลีเอเจอร์ เป็นอีกรายที่ฆ่าตัวตายเพราะความเศร้าจากการสูญเสียสามีอีกต่อหนึ่ง

หมายเหตุ: เรื่องตํานานเกิดของเมลีเอเจอร์ยังมีต่ออีกนิดหน่อย เรื่องคือเมลีเอเจอร์เป็นโอรสของกษัตริย์อีนีอัสกับราชินีอัลธีอา แต่เดิมอัลธีอาแต่งงานกับอีนีอัสเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสองเมือง อีนีอัสกับอัลธีอามีลูกด้วยกัน 7 คน เมลีเอเจอร์นี้เป็นคนโต เรื่องเล่าว่าเมื่อเขาเกิดได้ 7 วัน พวกเทพีชะตากรรมทั้งสามก็ปรากฏตัวเพื่อทํานายทายทักอนาคต คโลโธและลาเคซิสเอ่ยว่าเขาจะเป็นผู้มีเกียรติสูงส่งและเป็นผู้กล้า แต่อาโธรพอสเตือนว่าเขาจะตายทันทีเมื่อฟืนในเตาผิงไหม้หมด ดังนั้นก็รีบคว้าท่อนฟื้นมาดับไฟแล้วเอาไปซ่อนในที่ปลอดภัยเพื่อรักษาชีวิตลูกชาย แต่ครั้นเมื่อเมลีเอเจอร์พลั้งมือฆ่าน้องชายของนาง อัลธีอาบันดาลโทสะ ความหมางใจระหว่างเมืองที่ยังคงเก็บ เกดในใจนางก็ระเบิด นางกลับไปถือว่าลูกชายเป็นเชื่อสายของอื่นอัสผู้เคยเป็นเหตุแห่งความคับข้องใจเมื่อลูกของเขาทํากับน้องชายตน มีทางเดียวที่จะล้างแค้นคือฆ่าให้ตายตกไปตามกัน อัลธีอาก็เลยไปคว้าท่อนฟื้นมาเผา

อกาเมมนอน

ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

ตัวอย่างความร้ายกาจของอาร์เทมิสยังมีต่อไปและก็ยังคล้ายกับเรื่องของเมลีเอเจอร์อีกคือแค้นพ่อแต่ลูกรับกรรม อย่างเรื่องของอกาเมมนอนนี่ละ อกาเมมนอนคนเดียวกับที่จะคุมทัพไปรบกับทรอยในสงครามโทรจันนั่นเอง เรื่องเล่าว่า เมื่อเกณฑ์กําลังไพร่พลได้และกําลังพักทัพอาเคเอียนที่ออลิส รอลม (ส่งใบเรือ) จะเดินทางไปทรอย อกาเมมนอนกับสหายเลยออกล่าสัตว์แก้เหงา ระหว่างรอ ปรากฏว่าเขายิงศรฆ่ากวางตัวหนึ่งด้วยความแม่นยําเกิดความภูมิใจตัวเอง จนกระทั่งส่งเสียงว่า “อาร์เทมิสยังทําแบบนี้ไม่ได้เลย”

แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว เทพีก็ได้ยินด้วยญาณ นางหงุดหงิดที่มนุษย์ผยองจึงคิดแก้เผ็ดอกาเมมนอนด้วยการทําให้ลมนิ่งยิ่งกว่าเดิม ไทรีซิอัส-Teiresias คนทรงค้นพบเหตุจึงบอกอกาเมมนอนว่าเทพีต้องการให้บชายัญชีวิต อีฟจีเนีย-lphideneia ผู้เป็นราชธิดาแก่เธอ แล้วอาร์เทมิสจะทําลายอุปสรรคที่ขวางทางราชา

อกาเมมนอนจําเป็นจํายอม เขาลวงอีฟจีเนียผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาสังหารเซ่นเทพ แค่ชีวิตของนางหลุดจากร่าง อาร์เทมิสก็ปล่อยลมที่กั้นไว้ให้พัดพาเรือของกองเรือแล่นออกไปได้ น่าสงสารอีฟิจีเนียต้องมารับกรรมเพราะความปากพล่อยของพ่อและอารมณ์ของเทพที่ไม่มีการให้อภัย 

ไนโอบี

ตํานานไดอาน่า หรือเทพีอาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์

 

ไนโอบี-Niobe เป็นลูกสาวของแทนทาลัส และเธอให้กําเนิดลูกชายเจ็ดคนและลูกสาวเจ็ดคนกับแอมฟีออน-Amphion ไนโอบีรักลูกมาก ทั้งชื่นชมในความงดงามของลูกหญิงและความหล่อเหลาของลูกชาย รวมทั้งภาคภูมิใจในความเก่งของแต่ละคน เธอมีความสุขมาก บ่อยครั้งที่เธอมักพูดว่าวันหนึ่งข้างหน้าชีวิตเธอจะต้องดีแน่ เพราะเธอมีดีกว่าลีโทซึ่งมีลูกชายและลูกสาวอย่างละคนเดียว

ลีโทซึ่งบัดนี้สถิตบนสวรรค์ในโอลิมปัสแล้วได้ยินด้วยทิพยญาณก็รู้สึกขุ่นเคือง จึงขอให้บุตรธิดาทั้งสองลงโทษนางแม่ปากดีเสียหน่อย อพอลโลสนองตอบคําของมารดาด้วยการยิงศรฆ่าบุตรทั้งเจ็ดคน และอาร์เทมิสก็เช่นกันลงมือแทงลูกสาวทั้งเจ็ดของไนโอบีจนสิ้นชีวิตหมด

ไนโอบีโศกเศร้าเจียนขาดใจ เธอร้องไห้หนีกระเซอะกระเซิงไปหาพ่อของเธอที่เขาซิพลายออน-Siplyon (บางที่เขียนว่าภูเขาซิพลายลอส-Sipylos) ภูเขาโดดเดี่ยวในเอเชียไมเนอร์ ไนโอบีไม่เคยหยุดร้องไห้เทพทั้งหลายอดสงสารไม่ได้ในที่สุดจึงเปลี่ยนร่างเธอให้กลายเป็นหิน และหินก้อนนั้นก็มีน้ำไหลออกมาเหมือนน้ำตาที่ไม่มีวันเหือดแห้งของไนโอบี เสียงน้ำที่ไหลออกมาเหมือนเสียงคนร้องไห้รําพันไม่มีวันหยุดนั่นเอง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet