ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก ตอนที่ 1

Venus

ดาวศุกร์ โคจรห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลําดับที่ 2 และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 108.2 ล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12,104 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 224 วัน แต่มันกลับหมุนรอบตัวเองช้ากว่าการเดินทางรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลาถึง 243 วัน (เป็นดาวที่หมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วนใหญ่หมุนทวนเข็มนาฬิกาหมด นักดาราศาสตร์จึงสันนิษฐานว่าแกนของมันคงเอียงจนเกือบกลับหัว) มวลของดาวศุกร์คือหินและโลหะ บรรยากาศประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่

พื้นผิวของดาวมีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่คือ 464 องศาเซลเซียส และมีความดันสูงถึง 92 เท่าของบรรยากาศโลก บรรยากาศเกือบทั้งหมดประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดาวศุกร์มีชั้นบรรยากาศประกอบด้วยเมฆหนาทึบ แต่เป็นเมฆที่ประกอบด้วยกรดกํามะถันจากการระเบิดของภูเขาไฟ และยังมีหยดน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวได้ในบรรยากาศชั้นบนซึ่งเย็นกว่าที่บริเวณผิวดาวมาก กรดกํามะถันและฝนรวมตัวกันเกิดเป็นฝนกรดตกกลับลงไปสู่ด้านล่างซึ่งไม่ถึงผิวดาวอยู่ดี ในเมื่ออุณหภูมิที่ผิวดาวร้อนมาก น้ำก็กลายเป็นไอแตกตัวกลับขึ้นไปในบรรยากาศสูงดังเดิมเป็นวัฏจักรเรื่อยไป ดาวศุกร์แทบไม่มีสนามแม่เหล็กอยู่เลย อาจเพราะมันหมุนรอบตัวเองช้ามาก และดาวศุกร์ไม่มีดวงจันทร์เช่นเดียวกับดาวพุธ

ดาวศุกร์เป็นดาวที่มีความสุกสว่างสวยงามสว่างเป็นรองดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เท่านั้น คนโบราณจึงนําลักษณะของเทพีอโฟรไดติหรือวีนัสในภาษาโรมันมาสื่อความหมายของความสว่างงดงามนั้น คนไทยสมัยก่อนเรียกดาวศุกร์ที่ปรากฏในเวลาเช้าว่า “ดาวประกายพรึก” และเรียกดาวศุกร์ที่ปรากฏในเวลาพลบว่า “ดาวประจําเมือง” โดยที่ยังไม่ทราบว่าดาวทั้งสองเป็นดวงเดียวกัน

ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก

ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก

ชื่อกรีก : เทพีอโฟรไดตี Aphrodite
ชื่อโรมัน : เทพีวีนัส Venus

เทพองค์นี้ก็เช่นเดียวกับเทพและเทพีอีกหลายองค์ที่มีชื่อทั้งกรีกและ แต่ในที่นี้ขอไขว้ไปเรียกแบบโรมันเพื่อความคุ้นเคย

การเกิดของอโฟรไดติหรือวีนัสมีกล่าวไว้หลายอย่างในหลายตํานานและค่อนข้างสับสนสักหน่อย นักตํานานศาสตร์ก็เลยคิดกันว่าคงเป็นเพราะเธอเป็นเทพรุ่นใหม่ ปราชญ์โบราณเขียนกันคนละที เลยหาทางลงรอยกันไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็พอแบ่งได้เป็นสองสามแนว อย่างหนึ่งบอกว่าเธอรวมตัวเป็นร่างขึ้นจากทะเล มีต้นเหตุเพราะเลือดของยูเรนัสที่หยาดลงไป (หลายที่ก็ว่าเป็นน้ำเชื้อกําเนิด) ขณะที่บางแห่งกล่าวว่าเธอเป็นลูกของซูสกับนางอัปสรไดโอนี สุดท้ายในตํานานชั้นหลังๆกล่าวว่าเธอผุดขึ้นมาจากฟองทะเลเองก็มี แต่ไม่ว่าจะเกิดอย่างไร แหล่งกําเนิดก็อยู่ในทะเลแถวเกาะคีธีราแล้วถูกคลื่นซัดไปจนถึงเกาะไซปรัส เมื่อถึงที่นั่นเทวีผู้รักษาทวารแห่งโอลิมปัสก็ลงมารับวีนัสพาขึ้นไปยังสภาโอลิมปัส

ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก ตอนที่ 1

แต่ไม่ว่าเธอจะมาจากไหนและอย่างไร เมื่อเธอไปถึงโอลิมปัส สภาเทพก็ปั่นป่วนไปหมดเพราะความงามของเธอนั่นเอง เทพชายทุกองค์ตะลึงงันและต่างก็หลงใหลในความงามของเธอ ใครๆก็อยากได้เธอเป็นคู่ครองทั้งสิ้นไม่เว้นแม้แต่ซูสเอง แต่วีนัสไม่สนใจ ท่าทางเชิดหยิ่งของเธอทําให้เทพบดีหมั่นไส้จึงประทานนางให้แก่วัลแคนหรือเฮพเฟสตัส เทพขาเป๋ที่ทําอสุนีบาตถวายเป็นการลงโทษ

ว่ากันตามตํานานแล้วเทพีวีนัสเป็นเทพมากรัก แม้จะถูกประทานให้แก่เทพวัลแคน (กรีก: เฮพเฟสตัส) ไปแล้ว แต่เมื่อเป็นการประทานโดยนางไม่เต็มใจ นางก็ถือว่าจะออกไปเล่นรักกับใครก็ตามที่พอใจได้ ไม่สนใจความรู้สึกของวัลแคนผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีเลย กับเฮอร์มิสเทพแห่งการสื่อสารก็มีเรื่องบนเตียงกันด้วยเหมือนกัน จนวีนัสให้กําเนิดเทพบุตรองค์หนึ่งคือ เฮอร์มาโพรไดตอส-Hermaphroditos เทพองค์นี้ออกจะแปลกสักหน่อยตรงที่เป็นต้นเค้าของกระเทยแท้ นั่นคือมีสองเพศในตัวคนๆเดียว กับไดโอไนซัสเทพแห่งไวน์ก็ได้พริอาปัส-Priapus หนุ่มน้อยหน้าตาน่าเกลียด แต่เก่งมากจนได้เป็นเทพแห่งผืนป่า

แต่ทว่าชายชู้ที่เลื่องชื่อที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกินมาร์สหรอก เนื่องจากแม้จะถูกจับได้พร้อมกับเทพีแสนงามในขณะที่กําลังหลับนอนกัน และถูกแห่ประจานทั่วสวรรค์กันเลยทีเดียว เรื่องเล่ามีอยู่ว่า มาร์สและวีนัสตามปกติก็ได้พบกันท่ามกลางสภาเทพนั่นแหละ แต่พบกันไม่เท่าไหร่ต่างฝ่ายได้ส่งสายตาสัมพันธ์และเชิญชวนกันและกัน แล้วในวันหนึ่งภาษาที่สื่อสารด้วยตาได้ผลและสุดท้ายก็นําไปสู่ความตกลงปลงใจจะไปหาความสุขด้วยกัน อันที่จริงแล้ววีนัสกับมาร์สเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากคู่หนึ่งทีเดียว (แบบผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ ผู้ชายมาจากดาวอังคารทํานองนั้น ก็ลองสังเกตลักษณะนิสัยของเทพชายหญิงคู่นี้ดูก็แล้วกัน) มากกว่าที่วีนัสจะไปคู่กับวัลแคนผู้ที่ทั้งวันทั้งคืนก็อยู่แต่หน้าเตาถลุงเหล็กมัวแต่ตีดาบหรือสร้างอาวุธ เพราะมาร์สซึ่งเป็นฝ่ายชายก็ได้ชื่อว่าปัญญาค่อนข้างนิ่มที่สุดในบรรดาลูกๆของซูสทั้งหมด เขาเอะอะ โมโห ดุดัน ไม่มีเหตุผล ส่วนวีนัสฝ่ายหญิงก็คิดถึงแต่เรื่องความรักอันเร่าร้อน ความงามของร่างกายผู้หญิง ความหลงใหล เย้ายวน ไร้เหตุผลพอๆกันเลย

ทีนี้เมื่อธาตุมันพอดีกัน การนัดไปหาความสุขก็ย่อมไม่ใช่ครั้งเดียว มีครั้งที่สองที่สามและเรื่อยๆไป ทั้งสองพยายามเก็บงําเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ นัดกันเฉพาะเวลากลางคืนตามที่สะดวกต่างๆ ในตํานานสํานวนหนึ่งเล่าว่ามาร์สใช้วิธีหายามมาเฝ้า เขาได้อเล็คทรีออน-Alectryon ผู้เป็นบริวารของตนเดินยามให้และคอยเฝ้ามองท้องฟ้าไว้ด้วย เห็นแสงอาทิตย์ส่องรําไรเมื่อใดก็ให้ปลุกเรียกก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นเต็มที่ มาร์สรู้ว่าหากสุริยะเทพอพอลโลชักราชรถขึ้นฟ้าเต็มที่เมื่อใด (บางสํานวนว่าเป็นเฮลิออส) แสงอาทิตย์ย่อมส่องลอดไปทั่วทุกถิ่นที่ และแสงนั้นก็ย่อมจะทะลุลอดลงมาส่องเห็นความลับของเขากับวีนัสแน่นอน

เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะคืนหนึ่งอเล็คทรีออนเหนื่อยมากจนเกิดง่วงหนักและหลับไป กว่าจะตื่นแสงอาทิตย์ก็เริ่มทาบทาท้องฟ้าไปแล้ว สายเกินกว่าจะเตือนนายทัน และสิ่งที่มาร์สกลัวหนักหนาก็เกิด แสงอาทิตย์จากราชรถอพอลโลส่องทะลุเข้าไปถึงที่รโหฐาน ทําให้เทพแห่งแสงอาทิตย์ได้เห็นภาพมาร์สกับวีนัสนอนเปลือยกายเกยกัน อพอลโลเห็นไม่เห็นเปล่าแต่ทําหน้าที่สายลับจับชู้อย่างดี จึงนําความลับนี้ไปบอกวัลแคน สามีของวีนัสวัลแคนฟังความจากอพอลโล เขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลแต่ก็ยังนับว่ามีสติดี เขาไม่ได้หุนหันพลันแล่นขึ้นมาต่อว่าเมียหรือหาทางแก้แค้นมาร์ส ณ บัดนั้นทันที แต่ใช้กลวิธีซุ่มเงียบ ทําที่ไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่เคยได้ยินข่าวใด เขายอมเสียเวลารอให้คู่ชู้ตายใจ แต่วัลแคนกําลังวางแผนด้วยความที่เป็นเทพแห่งช่าง จึงทําแหบรอนซ์ขึ้นปากหนึ่ง ตีบางเฉียบจนมองไม่เห็นเป็นแหวิเศษที่จับใครแล้วแกะไม่ออก ยิ่งดิ้นยิ่งรัด พอแหเสร็จก็เริ่มแผนทันที วัลแคนรอจนปลอดคน เขาคลานเข้าไปในห้องนอนวีนัสตอนที่นางออกไป เอาแหวิเศษขึงไว้เหนือเสาเตียงทั้งสี่มุม จากนั้นก็ไปบอกวีนัสว่าเขาอยากไปเที่ยวพักผ่อนสักพักหนึ่ง และจะไม่กลับวังตามปกติ

ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก ตอนที่ 1

แค่วัลแคนคล้อยหลังวีนัสก็เรียกมาร์สมาเชยชมกันทันที สองคนกอดกันหัวเราะระริกระรื่นตรงไปยังห้องนอน แต่ขณะที่บรรเลงบทรักกําลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่นั่นเอง แหวิเศษของวัลแคนก็ตกลงมาคลุมทั้งสอง มันตรึงแน่นรัดทั้งคู่ในลักษณาการกอดกันกลม ไม่ว่าเทพแห่งดาวอังคารจะพยายามแกะมันด้วยแรงอันมหาศาลเพียงไหนมันก็ยิ่งรัดแน่นเข้า วัลแคนซึ่งอันที่จริงไม่ได้ไปไหนก็เข้าไปลากแหออกจากห้องนอนเอามาที่กลางลานวัง ป่าวร้องให้เทวดาทั้งสวรรค์มาดู มาช่วยเป็นพยานรักของคู่ชู้คู่นี้เทพทั้งหลายก็แทบจะยกกันมาทั้งสวรรค์ชี้ชวนหัวเราะเยาะมาร์สและวีนัสกันเป็นที่สนุกสนานเลยเชียวล่ะ กลายเป็นความอับอายของมาร์สและวีนัสในสามโลก

วัลแคนปล่อยให้เหล่าเทพหัวเราะเยาะเล่นหนําใจแล้วก็แกะแหออกปล่อยเทพและเทพีทั้งสององค์ ทันทีที่เป็นอิสระทั้งวีนัสและมาร์สก็ผละหนีออกจากกัน คราวนี้ไปคนละมุมโลกกบดานตัวเองเงียบหายไปจากสวรรค์เป็นเวลานานเชียวล่ะ ผลพวงจากการเล่นชู้ครั้งนี้ยังทําให้วีนัสประสูติธิดาองค์หนึ่งนามว่าฮาร์โมเนียอีกด้วย

แต่ตามนิสัยของมาร์สแล้ว งานนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ มาร์สโกรธอเล็คทรีออนที่หลับเพลินจึงสาปให้กลายเป็นไก่เนรเทศไปอยู่ในไร่นาของคน สาปให้ต้องขันเตือนเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นทุกวัน มนุษย์เลยมีไก่คอยขันเตือนตอนหัวรุ่งตั้งแต่นั้น

ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องของวีนัสกับมาร์สจะจบเพียงนี้หรือเปล่า แต่ก็คงยาก แค่ได้อายกันไปสักพักแล้วก็คงกลับมารักกันใหม่ จะเนื่องด้วยวีนัสเป็นเทพีแห่งความงามและความรัก (ท่านอาจารย์แฮมิลตันบอกไว้อย่างนั้น แต่ตําราฝรั่งบางเล่มเขียนว่าเป็นเทวีแห่งการปฏิบัติรัก Goddess of the Act of Love) คนกรีกโรมันเลยมอบหน้าที่ในเรื่องราวกระบวนความรักทั้งหมดแก่ตระกูลของวีนัสแล้วเลย สร้างให้เธอมีลูกเพิ่ม (เฉพาะกับเจ้าพ่อมาร์สคนเดียวก็ปาเข้าไปหลายคนแล้ว) เพื่อประกอบให้ความรักสมบูรณ์แบบคือครบรสทั้งสุขและเศร้า ลูกๆนั้นคือ คิวปิด-Cupid เทพแห่งความรัก, แอนเทรอส-Anteros เทพแห่งการรักตอบ, ฮิเมรอส-Himeros เทพแห่งความคิดถึง, ฮาร์โมเนีย-Harmonia เทพแห่งความประสานกลมกลืน, ไฮเมน-Hymen เทพแห่งพิธีฉลองสมรส แถมด้วยลูกน่ากลัวๆอย่างโฟบอส-Phobos เทพแห่งความกลัว และไดมอส-Deimos เทพแห่งความสยองขวัญที่คอยติดตามพระบิดามาร์สเข้าสงครามทุกครั้ง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet