ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก ตอนที่ 2

แอโดนิส

ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก ตอนที่ 2

นอกจากวีนัสจะมีเทพใหญ่หลายองค์เป็นคู่นอน เธอยังมีชู้รักเป็นมนุษย์อีกด้วย ที่สําคัญพอเล่าถึงเป็นเรื่องเป็นราวได้ก็มีสักคนสองคน (ที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราวไม่นับ) เช่น อโดนิส-Adonis ต้นเรื่องมีว่า ราชาแห่งไซปรัส ซินีราส-Cinyras มีลูกสาวหนึ่งในหลายคนชื่อว่าเมอร์ร่า-Myrrha (บางที่เรียก สเมอร์น่า-Smyrna) นางคนนี้ถูกเทพีวีนัสสาปและบีบบังคับให้มีจิตวิปริต ต้องการมีความสัมพันธ์กับพ่อของตัวเอง และด้วยความช่วยเหลือของพี่เลี้ยง นางเมอร์ว่าสามารถล่อหลอกให้พระบิดาของตนมามีความสัมพันธ์ด้วยถึง 11 คืน ครั้นพอถึงคนที่ 12 ซินีราสจับได้ว่าถูกลูกสาวหลอก ด้วยความละอายราชาจึงคว้าดาบไล่ฆ่านาง เมอร์ร่าต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้าป่า และด้วยความสงสารของเทพว่าสิ่งที่เกิดไม่ใช่เพราะนิสัยของนางทําไปเพราะโดนสาปจึงเข้าแทรกกลางเปลี่ยนร่างของนางให้กลายเป็นต้นเมอร์-Myrrh tree

สิบเดือนต่อมา เปลือกต้นเมอร์แตกออกแล้วทารกชายคนหนึ่งก็ตกลงมา เขาคือ “อโดนิส” เป็นเด็กที่สวยงามแต่แรกเกิดจนแม้เทพีวีนัส-คนที่สาปแม่เด็กเองยังต้องเหลียวมามอง เกิดอารมณ์หลงรักเขาตั้งแต่ยังเป็นทารก และเมื่อเห็นแล้วว่าไม่มีใครรับเลี้ยง เธอก็คว้าตัวเด็กน้อยแล้วเอาไปส่งให้เทพีเพอร์เซโฟนีช่วยเลี้ยงดูในปรโลก

เวลาผ่านไปไม่นาน อโดนิสเติบโต ยิ่งโตก็ยิ่งฉายแววหล่อเหลามากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดทําให้เทพีเพอร์เซโฟนีซึ่งก็มีสามีอยู่แล้วถึงกับหลงรักเสียเองเลยปฏิเสธจะคืนเด็กหนุ่มให้แก่วีนัส เรื่องที่เหมือนจะเล็กเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ซูสต้องลงมาเป็นองค์พิพากษา พระองค์ตัดสินว่าให้อโดนิสอยู่กับวีนัสเป็นเวลาเศษหนึ่งส่วนสามปี อยู่กับเทพีเพอร์เซโฟนีเศษหนึ่งส่วนสามปีเช่นกัน ส่วนเวลาที่เหลือก็แล้วแต่ว่าอโดนิสจะต้องการอยู่กับใคร เด็กหนุ่มเลือกที่จะอยู่กับวีนัสสองส่วนและจะลงไปอยู่กับเทพีเพอร์เซโฟนีที่ปรโลกเพียงหนึ่งส่วน เพราะที่ที่เพอร์เซโฟนีอยู่มันไม่น่าพิสมัยสักเท่าไหร่ นี่นา

หลายปีต่อมาอโดนิสต้องออกไปล่าหมูป่าจอมโหด มันว่องไวมาก ในที่สุดก็ขวิดอโดนิสเข้าด้วยเขี้ยวที่ต้นขาเป็นเหตุให้อโดนิสสิ้นชีพ วีนัสซึ่งรีบมาหาทันทีที่รับข่าว รีบร้อนเดินจนหนามแหลมทิ่มเท้า เลือดของนางไหลออกมาถูกดอกกุหลาบซึ่งเวลานั้นเป็นสีขาว ทําให้มันกลายเป็นสีแดงเข้มเหมือนสีเลือด ส่วนเลือดของอโดนิสที่ไหลลงพื้นก็ทําให้เกิดดอกไม้ชนิดหนึ่งซึ่งจะพบเห็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิในแผ่นดินเมดิเตอเราเนียนตะวันออก

หมายเหตุ: บางสํานวนว่าเป็นหมูป่าที่เทพีอาร์เทมิสส่งลงมาก่อกวนเพราะต้องการแก้แค้นวีนัสซึ่งมีส่วนยุแยงให้ฮิปโปลิตัสคนโปรดของนางต้องตาย อีกสํานวนหนึ่งว่าคือเทพมาร์ส แปลงร่างมาชําระแค้นด้วยความอิจฉาชายหนุ่ม หรือไม่ก็มาจากฝีมืออพอลโล ต้องการสั่งสอนวีนัสในกรณีที่ทําให้ลูกชายเขา เอริแมนธัสต้องตาบอด

ปารีส

ตํานานวีนัส (Venus) หรือเทพีอโฟรไดตี เทพีแห่งความรัก ตอนที่ 2

ชื่อนี้อาจทําให้ท่านผู้อ่านแปลกใจด้วยว่า ปารีส-Paris ไม่ใช่คู่รักคู่เชยของวีนัสแต่ประการใด แต่หากเป็นผู้ที่ได้รับผลพวงอย่างหนักจากการหวงตําแหน่งนางงามที่สุดในโลกหล้าแบบไร้เหตุผลสุดๆ และยังทําให้เผ่าพันธุ์ของเขาถึงกับสิ้นชาติ ก็วีนัสนี่เองที่เป็นต้นเหตุสําคัญให้เกิดสงครามใหญ่ที่จารึกอยู่ในตํานานกรีกนั่นคือสงครามทรอยชื่อดังนั่นเอง

ต้นเหตุเกิดขึ้นในงานแต่งงานของเทพเจ้าองค์หนึ่ง ในวันนั้นเทพและเทพีทั้งหลายได้รับเชิญกันหมดยกเว้นเทพแห่งความขัดแย้ง เทพีแห่งความขัดแย้งนางหงุดหงิดไม่พอใจ ไม่ใช่แค่งานนี้ที่นางไม่ได้รับเชิญ แต่ไม่ได้รับเชิญนานแล้ว เทพทั้งหลายก็คงนึกเอาเองว่าหากเชิญนางมางานอาจไม่เป็นงาน ดีไม่ดีนางอาจบันดาลการขัดเคืองจนงานล่ม ซึ่งก็น่าจะจริงอยู่ดูจากงานนี้ก็ได้ เทพีแห่งการขัดแย้งถือว่าการไม่เชิญก็เหมือนการหมิ่นเกียรติ ดังนั้นอย่าอยู่เป็นสุขเลย นางใช้วิธีแค่โยนแอปเปิ้ลทองคําเข้าไปในห้องประชุมสภาเทพ บนแอปเปิ้ลทองคําลูกนั้นมีคําจารึกว่า “แด่คนที่งามที่สุด” เท่านั้นเอง เทพชั้นสูงทั้งหลายต่างพากันแย่งซื้อเป็นของตน ต่างทะเลาะทุ่มเถียงไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายเหลือเทพีใหญ่ทั้งสามคือเฮรา อธีน่า และวีนัสที่เทพทั้งหลายยอมให้ แต่ระหว่างสามองค์เองต่างก็อ้างเป็นเจ้าของตําแหน่ง “คนงามที่สุด” ไม่มีใครยอมใครเหมือนกันอีก แถมเทพ องค์ใดจะเข้าข้างใครก็ไม่ได้อีกต่างหาก จะให้ซูสตัดสินซูสก็ไม่รับ ในที่สุดซูสมีบัญชาให้เฮอร์มิสนํานางเทพทั้งสามลงไปยังพื้นโลกให้มนุษย์ตัดสิน

ชะตากรรมนําให้เฮอร์มิสลงมาถึงภูเขาแห่งหนึ่งใกล้ทรอยที่ซึ่งโอรสองค์หนึ่งของพระเจ้าเปรียมคือเจ้าชายปารีสเฝ้าดูแลฝูงสัตว์อยู่ เฮอร์มิสแจ้งเรื่องแก่เจ้าชาย จากนั้นเทพีทั้งสามก็แสดงตัว ต่างคนต่างเริ่มให้สินบน เฮราสัญญาจะให้เขาเป็นราชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย อธีน่าสัญญาจะให้เขากลายเป็นนักรบที่ไม่มีใครเอาชนะได้ ส่วนวีนัสสัญญาจะให้หญิงสาวงามที่สุดในขณะนั้นแก่เขา คําสัญญาแต่ละข้อล้วนเป็นสินบนเร้ากิเลสผู้ชายทั้งสิ้น แต่คําสัญญาของวีนัสเป็นสินบนที่เจ้าชายปารีสสนใจมากที่สุด บางตํานานเล่าว่านางเทพเปลือยกายให้เจ้าชายเห็นสัดส่วนที่แท้จริงของนางด้วย ในที่สุดปารีสก็ตัดสินให้วีนัสได้แอปเปิ้ลทองคําเป็นผู้ที่งามที่สุดไป และวีนัสก็ทําตามสัญญาด้วยการนํา “หญิงสาวงามที่สุดในขณะนั้น” มาให้ปารีสจริงๆ

มันติดอยู่นิดเดียวตรงที่หญิงสาวงามที่สุดในขณะนั้นคือเฮเลน-Helen และเธอไม่ใช่คนตัวเปล่า คือมีสามีแล้ว ทว่าปารีสไม่สนใจ เขาลักพาเฮเลน ซึ่งก็เป็นใจกับปารีสไปไว้เมืองทรอย ทําให้สามีเธอรวมทั้งกองทัพกรีกอีกนับแสนตามมาทวงนางเฮเลนคืน เกิดเป็นสงครามใหญ่จนเมืองทรอยพินาศย่อยยับไปเท่านั้นเอง

ดังนั้นถ้าจะพูดกันไป วีนัสก็จะต้องกลายเป็นผู้รับผิดชอบสงครามโทรจันโดยตรงทีเดียว

แองไคซิสและอีเนียส

Venus

ตํานานของแองไคซิส-Anchises เป็นตํานานต่อเนื่องเงื่อนเวลาจากทรอย เล่าถึงหนุ่มอีกคนหนึ่ง-แองไคซิสเป็นอีกคนที่ตกเป็นเหยื่อสวาทของวีนัส เรื่องเล่าว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แองไคซิส-เจ้าชายโทรจันกําลังดูแลฝูงสัตว์บนภูเขาไอดา วีนัสเล็งเห็นหนุ่มรูปงามก็ต้องการให้เขาตกหลุมรักจึงปรากฏกายต่อหน้าแล้วลวงว่าเป็นลูกสาวของราชาแห่งไฟรเกีย ถูกเฮอร์มิสลวงมาและทิ้งไว้ที่เชิงเขา แองไคซิสฟังไปมองหน้านางไปก็ตกหลุมรักนางแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขามีความสัมพันธ์สวาทกับนาง ณ ที่นั่น

เมื่อบทอัศจรรย์ผ่านไปชั่วเวลาต่อมาวีนัสก็เปิดเผยตัวเอง บอกเขาว่านางจะให้กําเนิดลูกชายคนหนึ่งแก่เขาและจะเป็นผู้มีชะตาอันยิ่งใหญ่ ลูกชายคนนี้คือ อีเนียส-Aeneas วีนัสสั่งห้ามไม่ให้เจ้าชายโทรจันบอกเรื่องความรักความใคร่ระหว่างนางกับเขาเด็ดขาด

ทว่าอีกนานต่อมา วันหนึ่งในงานเลี้ยง หลังจากดื่มไวน์จนเลยขีด แองไคซิสก็ไม่สามารถเก็บความลับให้เป็นความลับต่ออีกต่อไป ออกปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ณ ภูเขาไอดา ซูสได้ยินคําพูดพล่อยของแองไคซิสก็บันดาลโทสะลงทัณฑ์ ตํานานหนึ่งว่าทําให้พิการ ส่วนอีกตํานานหนึ่งโหดกว่านั่นคือบอกว่าทําให้เขาตาบอด อย่างไรก็ตามต่อมาอีเนียส-ลูกของแองไคซิสและวีนัสนี่ละที่จะกลายเป็นต้นตระกูลชาวโรมันในกาลสืบมา

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet