ALA ลดความเหนื่อยล้า

อาหารเสริมบำรุงร่างกาย และสารอันตรายที่ควรกำจัดออกจากบ้าน

อาหารเสริมบำรุงร่างกาย และสารอันตรายที่ควรกำจัดออกจากบ้าน 

ALA ลดความเหนื่อยล้า

ALA ลดความเหนื่อยล้า

นักโภชนาการอาจแนะนําให้กินแอลคาร์นิทีน ร่วมกับกรดอัลฟาไลโปอิก หรือเอแอลเอ (ALA – alpha lipoic acid) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแรงกว่าชนิดอื่น กระตุ้นการสร้างพลังงานในระดับเซลล์ ลดความอ่อนล้า เพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานให้กับวิตามินซีและอี อีกทั้งเชื่อว่า ALA มีส่วนบํารุงการทํางานของ ระบบประสาท หัวใจ และตับ รวมถึงช่วยให้ความจําดี ป้องกันต้อกระจก ปรกติ จะพบได้ในเนื้อวัว สารสกัดจากยีสต์ และปวยเล้ง แต่จะมีปริมาณน้อย แนะนําให้กินในรูปอาหารเสริมครั้งละ 100 มก. วันละ 1-2 ครั้ง

สารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์

สารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์

สารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ได้แก่ ลูทีน และซีแซนทิน จะทําหน้าที่เหมือนเป็นแว่นกันแดดตามธรรมชาติ ปกป้องไม่ให้ดวงตาถูกแสงแดดทําร้าย และยังบํารุงจอประสาทตาซึ่งจะเสื่อมสภาพไปตามวัย อันเป็นสาเหตุให้สูญเสียการมองเห็นไปทีละน้อย ลูเทอินและซีแซนทินในปริมาณสูงๆยังมีส่วนกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันโรคหัวใจ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และโรค สมองเสื่อมในผู้สูงวัย พบในอาหารธรรมชาติ ได้แก่ พริกหวานสีแดง ฟักทอง แคร์รอต มันฝรั่งเนื้อสีส้ม ข้าวโพดหวาน ผักใบเขียวเข้มอย่างปวยเล้ง บร็อกโคลี และคะน้า ร่างกายจะดูดซึมสารนี้จากไข่ได้มากถึง 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับแหล่งอาหารชนิดอื่น หรือจะเลือกกินในรูปของอาหารเสริมลูทีนวันละ 6 มก. ซีแซนทิน วันละ 0.1-0.2 มก.

โอเมกา 3 ป้องกันโรคหัวใจ

โอเมกา 3 ป้องกันโรคหัวใจ

คนส่วนใหญ่จะไม่ได้รับกรดไขมันโอเมกา 3 จากอาหารอย่างเพียงพอ กรดไขมันจําเป็นชนิดนี้มีส่วนสําคัญในการเกื้อหนุนให้ระบบต่างๆในร่างกายทํางานได้โดยปกติสุข ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดัน ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัว จึงลดความเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉินของหลอดเลือดสมอง ลดการอักเสบและอาการข้อติด บรรเทาอารมณ์แปรปรวน และลดอาการซึมเศร้า โอเมกา-3 ยังอาจมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งได้หลายชนิดด้วยแหล่งอาหารชั้นยอด ได้แก่ ปลาแมกเคอเรล ปลาทูน่า ปลาแซมอน ปลาแฮร์ริง เนื้อกวาง เนื้อควาย เมล็ดลินิน วอลนัต และน้ำมันเฮมพ์ ถ้ากังวลเรื่องสารพิษปนเปื้อนในปลา หรือคิดว่าอาจได้รับโอเมกา-3 น้อยเกินไป ก็กินเพิ่มในรูปอาหารเสริมวันละ 2 กรัม (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน หากคุณกําลังใช้ยากลุ่มลดความข้นของเลือด)

ซีลีเนียม น้อยนิดแต่มากประโยชน์

ซีลีเนียม น้อยนิดแต่มากประโยชน์

ซีลีเนียมเป็นธาตุสําคัญที่แม้ร่างกายจะต้องการในปริมาณน้อย แต่มีบทบาทสําคัญต่อการป้องกันโรค ช่วยให้เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระออกฤทธิ์ ซีลีเนียมป้องกันหัวใจวาย ภาวะฉุกเฉินของหลอดเลือดสมอง ต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อม เชื่อว่าการกินซีลีเนียมร่วมกับวิตามินอีจะเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบ พบได้ในอาหารทะเล บราซิลนัต เนื้อสัตว์ปีก เนยแข็งคอตเทจ ไข่ ข้าวโอ๊ต และข้าวซ้อมมือ ผู้ที่กินมังสวิรัติควรจะได้รับซีลีเนียมเสริมวันละ 200-400 ไมโครกรัม ร่วมกับวิตามินอีวันละ 400 ยูนิตสากล (ไม่ควรกินเกินขนาดแนะนํา)

กำจัดสารอันตรายออกจากห้องครัว

กำจัดสารอันตรายออกจากห้องครัว

ห้องครัวเป็นแหล่งรวมเคมีภัณฑ์มากมาย รวมถึงยาฆ่าแมลงและฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งจะก่อผลร้ายต่อสุขภาพได้ และไม่ยากเลยที่จะจัดการเอาเคมีอันตรายเหล่านี้ออกไปจากบ้านให้หมด เพียงแค่รื้อและจัดเก็บตู้เก็บของในครัวใหม่เท่านั้นเอง

เคมีอันตราย

เคมีอันตราย

เก็บขวดน้ำยาทําความสะอาดในครัวเรือนทั้งหมดออกมา แล้วสํารวจดูว่าขวดใดมีคําเตือนข้างขวด “อันตราย” “ใช้อย่างระมัดระวัง” “ติดไฟได้” “วัตถุไวไฟ” ซึ่งบ่งชี้ว่าน้ำยาเหล่านั้นผสมสารอันตราย ไม่ว่าจะเป็นคลอรีน แอมโมเนีย หรือสารทําละลายอื่นๆ รวมทั้งขวดที่มีคําเตือนว่าห้ามใช้ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท ต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมหรือมีกลิ่นฉุนรุนแรง ทําให้แสบตาแสบจมูกเมื่อ สูดดมเข้าไปเพื่อความปลอดภัย ควรเลิกใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้และทําการคัดแยกเป็นจําพวกขยะพิษก่อนนําไปทิ้งเพื่อให้หน่วยกําจัดขยะจัดการอย่างถูกวิธี

นอกจากนี้คุณยังควรอ่านส่วนผสมของน้ำยาที่คุณใช้เช็ดเคาน์เตอร์ในครัว ถ้าสารเคมีใดที่ขึ้นด้วยคลอ– (chlor) นั้นบ่งชี้ว่าเป็นสารประกอบของคลอรีน คลอรีนจัดเป็นสารอันตรายที่มีมลพิษต่ออากาศ รบกวนระบบประสาท และอาจก่อมะเร็งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ถ้าใช้เช็ดพื้นผิวในบริเวณที่ใช้เตรียมอาหารอาจมีสารเคมีตกค้างและปนเปื้อนสู่อาหารได้ ฉะนั้นควรนําไปทิ้งทันที แล้วเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ทําความ สะอาดที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมมาใช้แทน

ลองทําตามวิธีการเดียวกับโรงพยาบาลในสวีเดนกันดูก็ได้ นั่นก็คือไม่ใช้เขียงหรือฟองน้ำล้างจานที่ชุมแช่สารฆ่าเชื้อโรค หรือสเปรย์และน้ำยาล้างมือสูตรฆ่าเชื้อ เพราะไม่ได้มีประสิทธิภาพดีไปกว่าการล้างด้วยสบู่ธรรมดาเลย แถมยังไม่มีสารเคมีสะสมในสิ่งแวดล้อม หรืออาจเป็นตัวก่อมะเร็งในมนุษย์

หาซื้อผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีสารลดแรงตึงผิวตามธรรมชาติ และส่วนผสมที่ย่อยสลายได้ ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และยังดีต่อแหล่งน้ำและอาหารของเราด้วย

สารสูตรธรรมชาติ

สารสูตรธรรมชาติ

ผสมน้ำสะอาดกับน้ำส้มสายชูกลั่นในอัตราส่วน 1:1 แล้วบีบน้ำมะนาวลงไป เพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นสะอาดชื่นใจ จากนั้นเทใส่ในขวดหัวฉีดสเปรย์ เท่านี้ก็เอาไปฉีดเช็ดทําความสะอาดได้แล้ว

ใช้ผ้าชุบน้ำยาที่มีส่วนผสมของผงฟู (โซดาไบคาร์บอเนต) กับน้ำในปริมาณเท่าๆกัน นําไปขัดหัวก๊อกสเตนเลสได้เงาวับทันใจ

เปลี่ยนจากน้ำยาทําความสะอาดพื้นฆ่าเชื้อโรคมาใช้สูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักแทน สําหรับคราบฝังแน่นก็ให้เอาสบู่ธรรมชาติลงมือขัดเฉพาะบริเวณนั้นก่อน ซึ่งส่วนผสมมีดังนี้

  • น้ำร้อนจัดๆ 1 ถัง
  • น้ำส้มสายชูกลั่น 1 ถ้วย
  • หัวน้ำมันหอมระเหยที่ทรี 8 หยด

นําน้ำร้อนกับน้ำส้มสายชูลงไปผสมรวมกันในถังซักไม้ถูพื้น เหยาะหัวน้ำมันหอมระเหยตามลงไป แล้วนําไปใช้ถูพื้น

เพื่อเลี่ยงการใช้ผงซักฟอกขจัดสิ่งสกปรกและคราบไขมัน ลองใช้ผ้าเส้นใยไมโครไฟเบอร์แสนมหัศจรรย์ แค่ทําให้ผ้าเปียกหมาดๆก็เช็ดคราบสกปรกออกได้แล้ว

เลิกใช้น้ำยาปรับอากาศ

ต้นแมงมุม (Chlorophytum elatum)

มีผลการศึกษาว่าอากาศภายในบ้านมีมลพิษเข้มข้นเป็น 2-5 เท่าของอากาศภายนอก ดังนั้นอย่าใช้วิธีกลบกลิ่นด้วยของหอมสังเคราะห์กันเลย โดยเฉพาะชนิดที่เป็นก้อนซึ่งมักผสมการบูร เพราะอาจทําให้ระบบประสาททํางานผิดปรกติ แม้แต่แบบสเปรย์ฉีดพ่นก็ควรเลี่ยงเช่นกัน เนื่องจากมีสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยง่าย เมื่อสูดเข้าปอดโดยเฉพาะเมื่ออากาศมีความชื้นสูง อาจก่อปัญหาโรคระบบประสาทและซึมเศร้า

ลองหันมาใช้เลมอนในการดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ดูก็ได้นะ วิธีการก็คือให้วางเลมอนผ่าครึ่งซีกไว้ในครัวหรือในตู้เย็นจะช่วยดูดกลิ่นที่ไม่ดี หรือจะนํามาขัดถูแผ่นเขียงและพื้นผิวครัวก็ได้ หรือเหยาะหัวน้ำมันหอมระเหยส้ม มะนาว มะกรูด หรือตะไคร้ประมาณ 4 หยด ลงในถ้วยใส่น้ำของเครื่องระเหยไอ (vaporizer) จากนั้นเปิดเครื่องตั้งไว้ในห้อง

นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับพิษที่เราสามารถนำมาปลูกในบ้านเพื่อใช้ประโยชนืได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ทิวลิปมีคุณสมบัติดูดซับไซลีน แอมโมเนีย และฟอร์มัลดีไฮด์ สารซึ่งมักมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดครัวแล้วเปลี่ยนให้เป็นกลาง ต้นแมงมุม (Chlorophytum elatum) ก็มีคุณสมบัติดูดซับคาร์บอนมอนอกไซด์และฟอร์มัลดีไฮด์

มีสารเคมีดื้อด้านหลายตัวทั้งจากที่นอน โซฟา และเครื่องไฟฟ้าหลักๆในบ้านที่เข้าสู่ร่างกายของเรา สารบางตัวไม่ได้เสื่อมสลายไปจนหมด แต่ค่อยๆสะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อไขมัน มันจะไปรบกวนการทํางานของฮอร์โมน ความจํา และระบบภูมิคุ้มกันโรค ไปจนถึงก่อมะเร็ง ควรลดการสัมผัสสารเหล่านี้ โดยเลือกใช้ที่นอนอินทรีย์ โซฟาธรรมชาติชนิดไม่ไวไฟ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้าที่มีมาตรฐาน

สด กรอบ และสะอาด

สด กรอบ และสะอาด

เด็ดผักใบนอกๆทิ้งไปแล้วดึงใบที่เหลือแยกออกจากกัน แช่น้ำไว้สักสิบนาที จากนั้นนํามาใส่ตะแกรงล้างด้วยน้ำเย็นแบบไหลผ่าน จนแน่ใจว่าผักทุกใบถูกล้างสะอาดแล้ว ถ้าซื้อสลัดสําเร็จรูปมากิน ควรนําผักไปล้างอีกครั้งก่อนจะแช่น้ำเย็นเพื่อให้ผักดูสดกรอบ

ใช้น้ำเยอะๆล้างหัวผักอินทรีย์ที่มอมสกปรก อาจใช้แปรงถูเบาๆเพื่อให้ดินหลุดออกและเปิดน้ำไหลผ่าน ล้างจนสะอาดอีกครั้ง